|
|
 |
 |
 |
|
 |
|
|
 |
| ดนตรีหลังMILLENNIUM |
Date : 2009-11-11 18:30:48 |
ไม่ว่าโลกจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร เสียงเพลงและดนตรีที่อยู่คู่กับมนุษย์ก็จะมีการพัฒนาและเปลี่ยนแปลงไปตามกันทุกยุคทุกสมัย แต่ที่มีความเคลื่อนไหวมากที่สุดน่าจะอยู่ใช่ช่วงกลางๆ ไปยังปลายของศตวรรษที่20 และที่เห็นชัดมากที่สุดก็น่าจะเป็นดนตรีในแนว ROCK
ที่มีการพัฒนาการและแตกแขนงออกไปฝนหลายรูปแบบ อย่างROCK and Roll,Rhythm and Blues,Country ที่ผสมผสานกับดนตรีในแนว Folk และJazz มาเป็นMain Stream Rock แล้วพัฒนาต่อมาเป็น Folk Rock,Blues Rock หรือแม้แต่Jazz Rock และSoft Rock และการเกิดขึ้นของ Heavy Metal,Hard Rock,Progressive Rock,และ Punk Rock ในช่วงปี ค.ศ.1970 และการมาถึงของ New Wave,Hardcore Punk,Alternative,Grunge,Brit pop ,Indie Rock และNu metal ในปีถัดๆมาตามลำดับ จนกระทั่งดนตรีในแนว Rock เริ่มถูกเบียดด้วยกระแสของRapและ Hip hop ที่เดินหน้าไปพร้อมกับการพัฒนาของระบบ Digital ที่เข้ามาเกี่ยวข้องกับวงการดนตรี
ในช่วงต้นปี2000 ได้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ที่เกี่ยวข้องและมีปลกระทบอย่างมากกับวงการเพลงทั้งโลกในเวลาต่อมา นั่นก็คือการเกิดขึ้นของ Napster เว็บไซต์ที่ให้บริการFree Download แลกเปลี่ยนเพลงบนโลกอินเตอร์เน็ต จากการคิดค้นการเขียน Source Codes ของ Shawn Fanning เด็กหนุ่มที่อายุเพียง18 ปี จนกระทั่งเกิดคดีความฟ้องร้องการละเมิดลิขสิทธิ์จากต้นสังกัดบริษัทผู้ผลิตกันวุ่ยวายไปพักใหญ่ จน Napster ก็หายหน้าไป แต่ไม่นานนัก Napster ก็กลับมาใหม่อย่างถูกกฏหมาย ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของOnline Music ที่เปลี่ยนแปลงพฤติกรรมวิธีการสื่อสารและเข้าถึงดนตรีของวงการเพลง ทำให้เกิด Digital Downloads Site ขึ้นมาอย่างเช่น iTunes
จากความเจริญก้าวหน้าของโลก Internet ทำให้เหล่าศิลปินมีช่องทางในการนำเสนอผลงานเพลงของพวกเขาได้ง่ายขึ้นด้วยต้นทุนที่ต่ำโดยไม่ต้องพึ่งค่ายเพลงทั้งหลาย และด้วยพัฒนาการของ Digital Music Software ที่เดินหน้าไปอย่างไม่ยอมหยุดนิ่งที่ช่วยส่งเสริมให้เกิดการค้นพบดนตรีแนวใหม่ๆ มากมาย ส่งผลต่อให้เกิด Website ที่ถูกบรรจุด้วย Song Files เป็นจำนวนมากที่เป็นที่นิยมและประสบความสำเร็จ เป็นช่องทาง ที่ให้เกิดรายได้หลักอย่างเป็นกอบเป็นกำกับเหล่าศิลปิน
เมื่อการแข่งขันในการสร้างงานเพลงมีความเข้มข้นมากขึ้น บริษัทผู้ผลิตอุปกรณ์และเครื่องมือในการบันทึกเสียงเริ่มปรับตัวตามแข่งกันพัฒนาและผลิตอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างงานเพลงออกมา โดยเน้นความสะดวกในการทำงานให้ง่ายและเร็วขึ้น ด้วยราคาที่ไม่แพงจนเกินไป ทำให้เหล่าศิลปินเริ่มหันมาทำงานกับ Home Studio ที่พวกเขาสามารถทดลองสร้างงานเพลงได้หลากหลายจนกว่าจะเป็นที่พอใจ โดยไม่ต้องกังวลกับค่าเช่าห้องบันทึกเสียงราคาแพงที่มีข้อจำกัดของเวลาในการสร้างงาน ส่งผลให้มีงานในระดับ Studio-Quality เกิดขึ้นมากมาย และตามมาด้วยเหล่าศิลปินหน้าใหม่ที่เรียงแถวเกิดขึ้นจนแทบจะทุกวัน
กระแสของ Digital Download ที่พัฒนาเพิ่มความสะดวกสบายในการเข้าถึงของวงการดนตรีในวงกว้าง สนองความต้องการของผู้ฟังที่สามารถเลือกเพลงที่ต้องการได้โดยไม่ต้องเสียเงินซื้อทั้งอัลบั้มทำให้ผลงานเพลงเต็มอัลบั้มเริ่มค่อยๆจางลง งานเพลงSingle เริ่มไต่เพดานมากขึ้น ทุกอย่างเดินมาถึงจุดของการดิ้นรนต่อสู้ที่รุนแรงการลดต้นทุนการผลิตและการตลาดที่สูงและเสี่ยงต่อการลงทุนของเหล่าค่ายเพลง บวกกับพัฒนาการของอุปกรณ์และเครื่องมือในการสร้างงานดังกล่าว ส่งผลต่อวงการดนตรีในยุคปัจจุบันนี้ทั้งในทางบวกและลบ งานเพลงเปี่ยมคุณภาพ ศิลปินคุณภาพมากมายที่เพิ่มจำนวนขึ้น ด้วยบทเพลงและแนวทางที่หลากหลาย พยายามคิดค้นหาสิ่งใหม่ บ้างก็พยายามวิ่งหนีตัวเอง แต่ทุกสิ่งอย่างก็หนีไปไม่พ้นการวนกลับมาที่เดิมเป็นวงกลม กระแสเพลงในยุคเก่าๆของดนตรีในยุค60's แล 70's เริ่มกลับมา การกลับมารวมตัวของเหล่าศิลปินเก่าๆ ที่ทั้งออกอัลบั้มและตระเวนทัวร์คอนเสิร์ตเริ่มมีให้ฟังให้เห็น การนำเพลงเก่ามาทำ Cover Version ของศิลปินรุ่นใหม่การหันหน้ากลับมาทำงานเพลงแบบไม่พึงพาคอมพิวเตอร์ที่ขาดอารมณ์ ก็เริ่มวนกลับมาอีกเช่นกัน
จากความเปลี่ยนไปของโลกที่หมุนไปอย่างไม่มีวันหยุดนิ่ง การเพิ่มมากขึ้นของมวลมนุษย์ การแข่งขันที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นเป็นเงาตามตัว เพิ่มความอยู่รอดของธรรมชาติของสิ่งมีชีวิต ดนตรียังคงอยู่คู่กับมวลมนุษย์ พัฒนาการสร้างสรรค์ก้าวหน้าไม่หยุดนิ่ง แต่อาจจะมีบางสิ่งบางอย่างที่ขาดหายไปบ้าง... เป็นความรู้สึกของคนอย่างผม ที่ไม่สามารถอธิบายเรียงร้อยออกมาเป็นคำพูดได้ |
|
| |
 |
|
 |
|
|